ลูกแมวสองหน้า …แปลกแต่จริง

Two-faced Kitten Born In Ohio

เฮฮากับภาษาลาว

มีเพื่อนไปเที่ยวเวียงจันทน์ กลับมานั่งหัวเราะ กิ๊ก กั๊ก
เล่าให้ผมฟังว่า

ชาวลาวเรียกห้องคลอดว่า “ห้องประสูติ”

นางผดุงครรภ์นั้น ชื่อโก้เก๋ว่า “นางประสูติ”

และห้องไอ.ซี.ยู. เขาเรียก “ห้องมรสุม”

ตามประสาคนแก่หลังเกษียณ
เพื่อนผมชอบที่จะเหมารถ
เดินทางไปเที่ยวทั่วเมืองไทย
และเมื่อเดือนที่แล้ว
ก็พร้อมใจกันข้ามไปฝั่งเวียงจันทน์
โดยมีไกด์สาวชาวลาว
เป็นล่ามกิตติมศักดิ์
การเดินทางสนุกสนานเฮฮาตลอดรายการ
เพราะได้เห็นประเพณีวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งหลาย ๆ
อย่างอาจเป็นเรื่องปกติของเมืองเขา
แต่กลายเป็นเรื่องน่ารักของชาวเรา

เช่น ขณะที่เดินทางได้พักหนึ่ง คุณไกด์ก็ประกาศว่า จะแวะ “ปั๊มหอยใหญ่”
ให้ลูกทัวร์ได้เข้าห้องน้ำ คลายอิริยาบถ
ชาวลาวเรียกปั๊มเชลล์ได้จั๊กจี้ดีจัง

ครั้นรถตู้เติมน้ำมันเสร็จ
วิ่งออกมาเจอไฟอำนาจ (ไฟแดง)
ต้องจอดรถครู่หนึ่ง
จนถึงคิวของไฟอิสระ (ไฟเขียว) ระหว่างพาชมตลาด

รถแล่นผ่านโรงภาพยนตร์ กำลังฉายหนังเรื่อง “ฮักคักคัก ชักแง้กแง้ก”
(รักจริงๆ ให้ดิ้นตาย)

คุณไกด์เธอบอกว่า หนังจากเมืองไทย เวลามาฉายที่ลาว
ต้องเปลี่ยนชื่อ ให้ตรงตามความเข้าใจของชาวลาว เช่น
หนังเรื่องลูกกำพร้า
ถ้าใช้ชื่อนี้ คนลาวจะไม่ดู เพราะลูกกำพร้า คือลูกที่ถือมีด (พร้า)
ฟังแล้วไม่สื่อ ดังนั้น หนังที่ทำเงินจะต้องเป็น

“โลกมดหน่วยให้โต๋ผู้เดียว” (โลกทั้งใบให้นายคนเดียว)
และ หนูน้อยพเนจร ก็ต้องเปลี่ยนเป็น“บักหำน้อยทุลักทุเล”

มีหนังเรื่องหนึ่ง คือ ตามล่าไอ้หนวดเหล็กนั้น ผมเขียนชื่อ เป็นภาษาลาว
ให้อ่านไม่ได้หรอกครับ
เพราะคำว่าหนวดเหล็ก แปลงเป็นลาวแล้ว…โฮ้ย เขียนไม่ได้จริงๆ

เมื่อชมตลาดก็ได้พบว่า การสั่งก๋วยเตี๋ยวที่เวียงจันทน์นั้น
ต้องสั่งเป็นถ้วย
อย่าสั่งเป็นชาม เพราะคำว่าชาม ในภาษาลาวหมายถึง
“กะละมัง” ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามจึงเกินบริโภคผงชูรส

คนลาวเรียก
“แป้งนัว” ผงซักฟอก เรียก “ฝุ่น”

ลูกทัวร์คนหนึ่งถ่ายรูปเพลินจนฟิล์มหมด
ไกด์จึงพาไปซื้อฟิล์มที่ “ร้านแหกตา” (ร้านถ่ายรูป)เมื่อชมตลาดปลอดภาษี

นมัสการเจ้าแม่หลักเมือง ที่วัดศรีเมืองเสร็จสิ้น
ไกด์ที่น่ารักก็เอา
“ผ้าอนามัย” มาให้เช็ดหน้า ไม่ต้องตกใจครับ
เพราะมันคือ ผ้าเย็นดีๆนี่เองครับผม

ก็อยากสมหวังอะ(เผื่อจิง)

Full comment(เผื่อจิง)
ทดสอบ…ความรัก…ของตัวเอง
ทดสอบความเซ็กซี่ [[ ถ้าโกงขอให้ไม่เปนความจิง >>
เอากระดาษมาแผ่นนึงแล้วเขียน1-10

(ห้ามโกงเด็ดขาด
1. คุณมีผมสีเข้มหรือสีอ่อน

2. ถ้าเกิดได้ไปเดท คุณจะเลือกไปกินข้าว2ต่อ2 หรือไปปาร์ตี้

3. สีโปรดของคุณคืออะไร ระหว่าง ชมพู, เหลือง, ฟ้าอ่อน , หรือ เขียวน้ำทะเล

4. กิจกรรมที่คุณโปรดปรานมากที่สุดระหว่าง โต้คลื่น , เสก็ต , หรือ สกี

5. ถ้าจะเลือกท่าเรือระหว่าง อู่เรือรบเก่า , อู่แปซิฟิค หรือ อู่วิคตอเรีย ซีเคร็ต คุณจะเลือก

อันไหน

6. รัฐที่คุณชอบที่สุดคือรัฐใดระหว่าง แคลิฟอร์เนีย , ฟลอริดา , หรือ โอไฮโอ

7. ในฤดูร้อนคุณจะไป ทะเล หรือ จะไปที่ๆเย็นกว่านี้

8. เกิดเดือนอะไร

9. คุณจะนั่งอืดอยู่ที่บ้านหรือ ออกไปเที่ยวกับเพื่อน

10. ชื่อคนที่เป็นเพศตรงข้ามกับคุณ
—=====อธิษฐาน=====—

*เริ่ม เลย*
***********

**********

*********

********

*******

******

*****

****

***

**

*
***หยุด!***
*คำตอบ*

1. สีเข้ม-เซ็กซี่ ~ สีอ่อน-หวาน น่ารัก

2. ไปกินข้าว2ต่อ2-โรแมนติค ~ ไปปาร์ตี้-ขี้เล่น

3. ชมพู-น่ารัก ~ เหลือง-ชอบเสียงดัง ~ ฟ้าอ่อน-ใจเย็น ~ เขียวน้ำทะเล-แข็งแกร่ง

4. โต้คลื่น-ว่องไว คล่องแคล่ว ~ เสก็ต-เด็ดเดี่ยว ~ สกี-กล้าหาญ

5. อู่เรือรบเก่า-น่ากลัว ~ อู่แปซิฟิค-สนุกสนาน ~ อู่วิคตอเรีย ซีเคร็ต-เซ็กซี่

6. แคลิฟอร์เนีย - คุณชอบอยู่กับคนมากๆ ~ ฟลอริดา-ปาร์ตี้ในความร้อน ~ โอไฮโอ-

เงียบ เย็น

7. ทะเล-ผิวสีแทน ชอบพระอาทิตย์ ~ ที่ๆเย็นกว่านี้-ผิวสีอ่อน และ หัวโบราน

8. มกราคม-โด่งดัง ~ กุมภาพันธ์-น่ารัก ~ มีนาคม-เสียงดัง ~ เมษายน-ขี้เล่น

พฤษภาคม-ใจเย็นมาก ~ มิถุนายน-อารมณ์ดี ~ กรกฎาคม-เรียบง่าย ~ สิงหาคม- สนุก

สนาน ~ กันยายน-เงียบ ~ ตุลาคม-กล้าแสดงออก ~ พฤศจิกายน-ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น

(ทั้งทางดีและไม่ดี ~ ธันวาคม-อบอุ่น

9. อืดอยู่บ้าน-น่าเบื่อ ~ ไปเที่ยวกับเพื่อน-บ้าๆบอๆ

10. คนนั้นจะตกหลุมรักคุณ!!!!!

ถ้าคุณโฟสกระทู้นี้ไปเวปอื่น:

0 เวป…คำอธิษฐานของคุณจะไม่เป็นจิง

1-5 เวป….คำอธิษฐานของคุณจะเป็นจิงภายใน6เดือน

6-10 เวป….คำอธิษฐานของคุณจะเป็นจิงภายใน2อาทิตย์

11 เวปขึ้นไป…..จะเป็นจิงเร็วมาาาาาาก

ทำดีๆ กับแฟนคุณ

> มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน
> เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน
> ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน
> โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด
> เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงง และเสียใจมาก ร้องไห้ไม่กินไม่นอน
> ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ
>
> เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น
> ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา
> เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู
> เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ จึงบอกว่า ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า
> หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต
> ในบ้านมีคนป่วยใช่มั๊ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย
> ไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้
> ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย
> เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่าอยากเข้ามา ก็เข้ามา!
>
> เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า
> ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเซียว
> ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา
> พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น
> หลวงตายิ้มแล้วพูดว่าอาการหนัก เลยนะ ชายคนนั้น
> นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า
> โทรมมากเลยนะ ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่าไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ
> ชายคนนั้นไม่สนใจ แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน
> เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป
> กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล
>
> ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
> ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้นมองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น เขาพบว่า
> มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด เวลาผ่านไปสักครู่
> มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ
> แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา
> เขามองเห็นศพนั้น เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น
> แล้วเดินจากไป
> พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่
> จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่าเป็นศพ ด้วยใจสงสารจึงจะฝังให้เรียบร้อย
> แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด เขาจึงตัดสินใจใช ้มือทั้ง 2 ข้างๆ
> ค่อยๆกอบทรายขึ้นมา เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร
> จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป
>
> จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น
> และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ
> พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
> แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก
>
> ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม
> ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ
> ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ
> จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน
>
> เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา เด็กรับใช้ตกใจมาก
> หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า โยมรอดแล้ว
> เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว
> ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชในที่สุด
>
> ^_^ คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง ,
> ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนล อย
> เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน
> เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่
> ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง
> เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกัน ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า
> ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้
> ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า เราจะต้องจากกันเมื่อไหร่ ^_^

ทัพพีที่หายไป

เมื่อวินัยเชิญแม่ของเขามากินมื้อค่ำที่อพาร์ทเมนท์
ซึ่งเขาอยู่กับสาวสวยชื่อนิสา
คุณแม่จึงอดเคลือบแคลงในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้
ระหว่างร่วมโต๊ะมื้อเย็นนั้นเอง
คุณแม่ของวินัยเฝ้าสังเกตสายตาที่ทั้งคู่มองสบกัน
จนลูกชายชักเดาใจออก จึงรีบพูดขึ้นว่า
“ผมรู้นะว่าแม่กำลังคิดอะไร .. แต่ผมยืนยันได้แน่ว่า
ผมกับนิสาเป็นแค่รูมเมทเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ”
หลังจากแม่ของวินัยกลับไปได้ 1 อาทิตย์ นิสาจึงบอกวินัยว่า
“ตั้งแต่แม่ของคุณมาเยี่ยมเราคราวนั้น ฉันก็หาทัพพีคันโปรดไม่เจอเลย
ที่จริง..ฉันก็ไม่คิดว่าแม่ของคุณจะเอาไปหรอกนะคะ หรือคุณว่ายังไง”
วินัยจึงตอบว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองเขียนจดหมายไปถามคุณแม่ดู”
วินัยจึงนั่งลงเขียนจดหมาย เนื้อความว่า..
“เรียน คุณแม่สุดที่รัก..
ผมไม่ได้คิดว่าคุณแม่จะเผลอเอาทัพพีที่บ้านผมไปหรอกนะครับ
แต่จะว่าแม่ไม่ได้เอาไป….. ก็ยังไงอยู่ เพราะทัพพีสวย ๆ
คันหนึ่งหายไปตั้งแต่วันที่คุณแม่มาทานข้าวเย็นที่บ้าน
ขอแสดงความนับถือ
วินัย”
หลายวันต่อมา วินัยได้รับจดหมายตอบจากแม่ของเขา เนื้อความว่า..
“ถึง ลูกชายสุดที่รักของแม่
แม่ไม่เคยพูดว่าลูกมีอะไรกับนิสา
แต่แม่ก็ไม่ได้คิดว่าลูกจะไม่มีอะไรกับเธอ
เพราะความจริงมีอยู่ว่า ถ้านิสานอนที่ห้องตัวเอง ก็คงเจอทัพพีนั่นไปตั้งนานแล้ว
รักมาก
แม่”

แม่มด

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว… อาเธอร์ถูกจับและจะโดนประหารชีวิต
แต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ
ถ้าหากเขาสามารถตอบปัญหาแสนยากข้อหนึ่งได้ถูกต้อง
อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม ถ้าเขาตอบไม่ได้ เขาก็จะถูกประหาร

คำถามนั้น คือ…. สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ คืออะไร?

ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง
เขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและเริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน
แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้

คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่
ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้คำตอบ แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง

แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง…อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น แม่มดตกลงจะให้คำตอบ
แต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน
นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเหล่าอัศวินโต๊ะกลมและเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์

อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญ เพราะยายแก่หลังโกงเหม็นก็เหม็น
มีฟันเหลือซี่เดียวตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วม
ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน

ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น เขายอมแต่งงาน เพื่อชีวิตของอาเธอร์
และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลม

และยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์
สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือ การได้เป็นตัวของตัวเอง
ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่
และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอน และก็เป็นเช่นนั้นจริง

แต่ทว่า… งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ
กาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติ ทั้งสุภาพอ่อนน้อม
ส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช
ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด

และแล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง… กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยอง เขาก้าวเข้าสู่ห้องนอนวิวาห์…ช่างไม่น่าเชื่อสายตาตนเอง!!!

หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่เคยพบพานนอนรออยู่เบื้องหน้า

กาเวนงุนงง???

สาวแสนสวยเฉลยว่า เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน (เมื่อยามเป็นแม่มด) ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่ารังเกียจ
ส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้

และให้กาเวนเลือกว่า กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน
กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน?

เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!!

กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง
แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสอง เป็นยายแม่มด?
หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน
แล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี??
เป็นคุณล่ะ คุณจะเลือกอย่างไร???

กรุณาหยุดคิดสักนิด

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว….ไปดูเฉลยข้างล่างค่ะ

กาเวนตอบว่า “เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ติดสินใจเลือกเอง”
เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอจึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลา
เพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า…

1. ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียด ลึกๆ ข้างในเธอก็คือ แม่มด

2. ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มด หรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่นั้น
ขึ้นอยู่กับความประพฤติของผู้ชาย

เขาว่าคนเราควรมีเพื่อนอย่างน้อยห้าคน

1. เพื่อนบ้าเพื่อนบอ

เพื่อนพวกนี้พร้อมจะแหกกฏเกณฑ์ อาจดูว่าเขาไม่ ค่อยแคร์อะไร และชอบที่จะเสี่ยงทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ ตลอดเวลา แต่จำไว้เหอะ งานเลี้ยงทุกงานจะสนุกได้ก็เพราะมีเจ้าพวกนี้แล่ะ อีกอย่างเขาจะพา ให้เรามีชีวิตที่หวือหวาขึ้น วันดีคืนดีก็จะมาหาเราตอนเที่ยงคืน แล้วพาเราไปเที่ยว ไปก๊งเหล้า ไป….. พวกนี้มาเพื่อเพิ่มสีสรรของชีวิตให้เรา
เวลาคุณประสบความสำเร็จ ….”โอ้ เจ๋งไปเลย เพื่อน หยั่งงี้ต้องไปฉลองซะแล้ว”
เวลาคุณประสบความผิดหวัง…”แม่ง… อย่างนี้ต้องออกไปหาอะไรดื่ม ”

2. เพื่อนเงียบ

เพื่อนพวกนนี้จะไม่คอยโทรหาคุณ ไม่ต้องตัวติดกัน แต่เวลา ไม่สบายใจทีไร เราก็คิดถึงเค้าทุกที พวกนี้จะไม่ค่อยพูด ไม่แสดงความคิดเห็น ไม่แนะนำ แต่รับฟัง…… แต่เราสบายใจที่จะอยู่ใกล้เขา

ใครบางคนที่แม้ไม่ต้อง คุยอะไรกัน เราก็ไม่รู้สึกว่ากระอักกระอ่วน หรือกลายเป็นคนแปลกหน้าระหว่างกัน
เวลาคุณประสบความสำเร็จ….”อืม…..”
เวลาคุณประสบความผิดหวัง…” เข้าใจแล้ว……”

3.เพื่อนร่วมอุดมการณ์

เพื่อนพวกนี้จะชอบอะไรบางอย่างเหมือนเรา อาจจะเป็นงานอดิเรก เช่น สะสมแสตมป์ ( เชยไปเนาะ ตอนนี้ต้องเป็นสะสมสติกกเกอร์ ก็ยังเชยอยู่ดี.. ว้า เด็กเดี๋ยวนี้เขาสะสมอะไรกันนะ สงสัยจะสะสมแฟน )

พวกนี้เราคุยกันถูกคอ ไปด้วยกันได้ แต่ขออย่างเดียวเหอะ อย่าริชอบคนคนเดียวกัน…..ไม่งั้น…
เวลาคุณประสบความสำเร็จ …… “อืม แต่อย่าลืมนะว่าวันศุกร์เราต้องไป….ด้วยกัน”
เวลาคุณประสบความผิดหวัง…..” แย่จังนะ แต่ว่าคงไป….กับเราได้นะ”

4. เพื่อนช่างเมาท์

ก็อย่างว่าความลับไม่มีในโลก ไหน ๆ ก็ไม่มีทางปกปิดความลับได้แล้ว

มีเพื่อนช่างเมาท์ก็ไม่เสียหลาย เราจะได้อินไม่เอาท์ ใครรักใครเกลียดใคร ใครอกหัก ใครทะเลาะกัน รับรองรู้หมด

เวลาคุณประสบความสำเร็จ “ว้าว อย่างนั้นต้องรีบโทรบอกคนอื่นแล้วล่ะ”
เวลาคุณประสบความผิดหวัง “อืม เราเข้าใจ ” (แต่ในใจเตรียมรายชื่อคนที่จะโทรเมาท์ไว้แล้ว)

5. เพื่อนต่างเพศ

พูดง่าย ๆ ก็แฟนอ่ะนะ ก็เป็นคนสำคัญที่ซู้ด จะนิสัยยังไงก็ขึ้นอยู่กับว่า แฟนใครนิสัยยังไง
เวลาคุณประสบความสำเร็จ “ผมรักคุณ”
เวลาคุณประสบความผิดหวัง “ผมรักคุณ”

Joke of the year

คุณเคยปวดหัวไหม

‘โจ’ มีโรคประจำตัวคือ…ปวดหัวเป็นประจำ แต่ว่าไม่เคยไปหาหมอเลย
เนื่องจากเขาคิดว่า
เป็นเพียงแค่การปวดหัวจากการเรียนหนังสืออย่างหนักเท่านั้นปล่อยไว้
เดี๋ยวก็หาย

10
ปีผ่านไป.. อาการปวดหัวก็ไม่เคยหายไป
แม้ว่าบัดนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่วัยกลางคนแล้วก็ต
าม เขาก็ไม่คิดจะไปหาหมอ เนื่องจาก ‘โจ’
คิดว่าเป็นเพียงเพราะเครียดจากการทำงาน

อีก 10
ปีต่อมา.. อาการปวดหัวก็ไม่เคยหาย มีแต่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
เขาจึงตัดสินใจว่าจ
ะต้องไปหาหมอเสียที และหลังจากที่หมอทำการตรวจเรียบร้อย
หมอจึงได้พูดขึ้นว่า…
‘ ผมมีข่าวดี และ ข่าวร้ายครับ ‘
ข่าวดีก็คือ ผมสามารถรักษาอาการของคุณ ได้อย่างหายขาด

‘ และข่ าวร้ายหล่ะครับหมอ’ โจ…ถามขึ้นอย่างร้อนรน

‘ ข่าวร้ายก็คือว่า ผมต้องทำการตัดไข่คุณทิ้งครับ ‘ หมอตอบ
โจ…
เหมือนตกอยู่ในภวังค์

‘ คืองี้ครับ…’ หมอรีบอธิบายก่อน

‘ อาการของคุณ ถือว่าเป็นเคสที่หาได้ยากมากๆ เรียกว่า 1 ใน 100 ล้าน
ก็ว่าได้
ไข่ทั้ง 2 ข้างของคุณนั้น
ไปดันลำไส้ให้ไปกดทับเส้นปลายประสาทล่างสุดของกระดูกสันหลัง การกดทั
บนี้เอง
ทำให้คุณต้องทรมารกับการปวดหัวอย่างรุนแรงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา…’
‘ ทางเดียวที่หมอจะรักษาได้ ก็คือ ‘การตัดไข่ครับ’
หมอสรุปสั้นๆ แต่นั่น…ได้ทำร้ายจิตใจของโจยิ่งนัก
หมอได้ให้โอกาศเขาตัดสินใจ อย่างไรก็ตามเขารู้สึกหดหู่ยิ่งนัก
เขาสู้อุตส่าห์มานะเรีย
น เพื่อให้ได้ทำงานดีๆ ไม่เคยไปเที่ยวเหลวไหล เธค - ผับ …ไม่รู้จัก < BR สา
วๆ ไม่เคยสน และเมื่อได้งานแล้ว เขาก็ได้ทุ่มเทอย่างหนัก
เพื่อให้ชีวิตก้าวหน้า
และมีเงินเยอะๆ จนมาวันนี้… เขาได้ทุกอย่างที่ต้องการ
และเขาคิดว่าถ้าได้สิ่งเหล่านี้แล้ว
ผู้หญิงมากมายก็จะเข้ามาหาอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ทุกสิ่งที่วาดฝัน…ก็พังทลายจากอาการปวดหัวของโจ
เอง เขาได้นอนคิดอยู่หลายคืน ถึงแม้จะเศร้าเพียงใด
แต่เขาก็ไม่อยากทรมารเหมือนดั่งตกนรกอีกต่อไป เขาไม่
กล้าปรึกษาใคร เนื่องจากคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย
ดังนั้น..วันรุ่งขึ้นเขาจึงไปโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดทั
นที

หลังจากออกจาก ร.พ ด้วยอาการสมองปลอดโปร่งครั้งแรกในรอบ 20 ปี
แต่เขาก็รู้สึกเหมือน…ขาดบางอย่างที่สำคัญไปในชีวิต
เหมือนกลายเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เขาก็เข้มแข็งพอ และตัดสินใจที่จะ
เริ่มต้นชีวิตใหม่
เขาจึงเดินเข้าร้านตัดสูทที่แพงที่สุดในนิวยอร์คเพื่อเป็นการปลอบใจ แล
ะเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ โจ…ได้กล่าวกับชายแก่เจ้าของร้าน
หลังจากที่เดินเข้ามาต้อนรับ…

‘ เอ่อ ผมจะตัดสูทครับ !!’ โจกล่าว..

‘ ได้ครับ อืมม ขนาด 44 ‘ เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด
โจหัวเราะ ‘ ถูกแล้ว.. รู้ได้งัยเนี่ย ? ‘

‘ เปิดร้านมา 60 ปี น่ะครับ’ โจลองสูท ซึ่งใส่ได้ สวย
และขนาดพอดี

‘ ไม่สนใจ…จะลองเสื้อเชิ๊ทมั้งเหรอครับ’ เจ้าของร้านถาม

‘ ก็ดีครับ’ โจตอบ

‘ อืมม แขน 34 คอ 16 นิ้วครึ่ง’ เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด
โจ เริ่มชักสงสัย ‘ ถูกแล้ว… รู้ได้งัยเนี่ย ‘

‘ เปิดร้านมา 60 ปี น่ะครับ’ เจ้าของร้านตอบ

&g t; โจลองเสื้อ ซึ่งใส่ได้สวยและขนาดพอดี

‘ รองเท้า…สักคู่ดีไหมครับ ?’ เจ้าของร้านถาม

‘ ก็ดีครับ’ โจตอบ

‘ อืมม 9 นิ้วครึ่ง’ เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด

เช่นนั้น โจรู้สึกแปลกใจมาก ‘ ถูกแล้ว.. รู้ได้งัยเนี่ย
? ‘

เปิดร้านมา60 ปี น่ะครับ’ เจ้าของร้านตอบทันควัน โจใส่รองเท้า
ซึ่ง
ใส่ได้สวย และขนาดพอดี ขณะที่เขาลองเดินไปทั่วร้าน
เจ้าของร้านจึงถามว่า…..

‘ ลองกางเกงในตัวใหม่…สักหน่อยมั้ยครับ’ เจ้าของร้านถามต่ อ

โจ ชะงัก และหยุดคิดสักครู่ ‘ก็ดีครับ’

‘ อืมม ขนาด 36 พอดี’ คราวนี้โจหัวเราะก้าก ‘ฮ่า เสร็จผมหล่ะ
คราวนี้

‘ คุณผิดครับ !! ผมใส่เบอร์ 34
ตั้งแต่อายุ 18 แล้ว..’ ชายแก่ส่ายหน้า
พร้อมกับพูดขึ้
นว่า…

‘ โอ้ย !! อย่างคุณ 34 ไม่ได้หรอก.. ทรมานตายห่า…’

เพราะมันจะไปรั้งไข่คุณ ไปกดลำไส้ และทำให้ไปกดทับเส้นประสาทล่างสุดของ
กระดูกสันหลังอีกที คุณไม่เคยปวดหัวมั่งเลยเหรอ ..?’

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. บางปัญหาวิธีแก้ง่ายๆก็มี
2. อย่าเสือกตัดสินใจอะไร โดยไม่เคยหาข้อมูล
มิฉะนั้นไซร้… ท่านอาจเสียไข่ได้

โชคดีอย่าหลงระเริงเกินไป โชคร้ายก็อย่าฟูมฟายขาดสติ….

ข้อคิดดีดี จากนิทาน
มีชายชราผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะมีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตครบแล้ว เขามีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนหนึ่ง มีม้าที่ได้รางวัลหนึ่งตัว และวัตถุต่างๆมากมายที่คนส่วนใหญ่ต้องการ แต่อยู่มาวันหนึ่งสิ่งมีค่าของเขานั่นก็คือม้าของเขาได้แหกคอกออกมาและวิ่ง เตลิดหายไปในป่าที่อยู่ใก้ลๆแค่ชั่วพริบตาเขาก็เสียม้าที่มีค่ามหาศาลของเขา ไป….. เมื่อเพื่อนบ้านรู้ข่าวต่างก็พากันมาแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง ทุกคนบอกกับเขาว่า “ม้าของท่านหนีไปแล้ว ช่างโชคร้ายอะไรเช่นนี้” เพื่อนบ้านพยายามปลอบโยนชายชราผู้นี้แต่เขากลับตอบว่า “พวกท่านทราบได้อย่างไรว่ามันคือโชคร้าย”…. อีก2-3วันต่อมา ม้าก็กลับมาบ้านเพราะมันรู้ว่าที่นี่จะมีอาหารและน้ำให้มันหายหิว
มันนำม้าป่าแสนสวยมากค่ากลับมาด้วยถึง12ตัว เมื่อเพื่อนบ้านทราบข่าวดีอันนี้ต่างก็พากันมาแสดงความยินดี และกล่าวว่า “ท่านช่างโชคดีอะไรเช่นนี้” แต่ชายชราผู้นั้นก็ตอบว่า “ท่านทราบได้อย่างไรว่ามันคือโชคดี”
ในวันถัดมาลูกชายคนเดียวของเขาพยายามที่จะขี่ม้าป่าตัวหนึ่งในบรรดา12ตัว นั้น เขาถูกสลัดตกลงมาขาหักและต้องพิการนับแต่บัดนั้น เมื่อเพื่อนบ้านรู้ข่าวก็พากันมาแสดงความเสียใจและบอกว่า “ลูกชายท่านต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต ช่างโชคร้ายอะไรหนอ” แต่ชายชราผู้นั้นถามอีกเช่นเคยว่า “ท่านทราบได้อย่างไรว่ามันคือโชคร้ายน่ะ”
อีก1ปีต่อมา…มีขุนศึกคนหนึ่งมาที่เมืองนี้ เพื่อเกณฑ์ชายหนุ่มที่มีร่างกายปกติแข็งแรงสมบูรณ์ทุกคนไปรบ..พวกเขาแพ้ สงครามและทุกคนถูกฆ่าตายหมด ชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็คือลูกชายขาพิการของ ชายชราผู้นั้น….
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…เราไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่เหตุการณ์ไหนจะเป็น โชคร้ายหรือเหตุการณ์ไหนจะเป็นโชคดีที่แท้จริง… ดังนั้นเราอย่าไปด่วนตัดสินอะไรด้วยความยึดติด หากถึงคราวโชคดีก็อย่าหลงระเริงจนเกินไป แต่หากถึงคราวโชคร้ายก็อย่าไปฟูมฟายจนขาดสติ….

ทายนิสัยว่าเชื่อคนง่ายหรือไม่

1.หยิบดินสอและกระดาษให้พร้อม
2.เขียนเลข 1-10 ลงไป
3.เขียนข้อดีของตัวเองข้อ 1-3
4.เขียนข้อเสียของตัวเองข้อ 4-6
5.ชอบสีอะไร แดง ดำ เทา ขาว น้ำเงิน เขียว ข้อ 7 เลือกมา 1สี
6.ชอบรูปทรงไหนมากที่สุด วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หกเหลี่ยม ข้อ 8
7.เลือกสัตว์มา 1 ชนิด แมว สุนัข นก ปลา หนู เต่า กระต่าย ข้อ 9
8.ชอบนิ้วไหนมากที่สุด นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ข้อ 10

เสร็จแล้วดูเฉลยได้เลย แล้วมาหาข้อสรุปกัน

ไล่จากข้อ 10 เลย
10.นิ้วโป้ง - มั่นคง มุ่งมั่นมุมานะ มีกฎกติกาอะไรจะปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
นิ้วชี้ - เด็ดขาด เป็นผู้นำ บางครั้งไม่ฟังใคร
นิ้วกลาง - มีเหตุผล มั่นใจในตัวเองว่าถูก รอบคอบ
นิ้วนาง - มีความรับผิดชอบทั้งตนเองและหน้าที่ แต่บางครั้งก็คิดถึงแต่ตัวเอง
นิ้วก้อย - มุมานะพยายาม มองการณ์ไกล

9.แมว - รักอิสระ มีรสนิยม รักสบาย มีไหวพริบ
สุนัข - ซื่อสัตย์ เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ตรงไปตรงมา อารมณ์แปรปรวนง่าย
นก - ชอบอิสระ จริงใจ แต่เจ้าอารมณ์ ชอบจู้จี้จุกจิก
ปลา - อ่อนไหว มองโลกในแง่ดี เพ้อฝันมากกว่ามองความจริง อารมณ์โกรธรุนแรง
หนู - ร่าเริง ขยัน กระตือรือร้น มีไหวพริบ เข้าสังคมเก่ง แต่เคร่งกับชีวิตเกินไป ต้องลดหย่อนผ่อนปรนเสียบ้าง
เต่า - เรียบง่าย ตรงไปตรงมา ปราดเปรื่อง แต่ขาดความกระตือรือร้น กังวลกับปัญหาต่างๆ
กระต่าย - รักเพื่อนฝูงมากกว่าคนนอก ใจดี เสียสละ รักสันโดษแต่เข้ากับหมู่เพื่อนได้

8.วงกลม - เข้าสังคมเก่ง กระตือรือร้น
สี่เหลี่ยม - มั่นคง
สามเหลี่ยม - ตรงไปตรงมา
หกเหลี่ยม - ชอบเสี่ยง มีใจใฝ่รู้

7.แดง - กระตือรือร้น ปราดเปรียว
ดำ - จริงจัง มีเสน่ห์
เทา - อ่อนไหว
ขาว - เปิดเผย บริสุทธิ์ใจ
น้ำเงิน - ใจเย็น
เขียว - จริงใจ ใฝ่ฝัน

1-6 ก็ข้อดีข้อเสียของตัวเองแหละ ให้รู้ว่าเราเป็นคนยังไง

ข้อสรุป เอาทั้งหมดมารวมกัน ว่าทั้งหมดนี้โดยรวมเราเป็นคนยังไง…

จริงใจ…

กระตือรือร้น…

อ่อนไหว…

ฯลฯ

สรุป … คุณเป็นคนที่!

>>ถ้าคุณทำตามทุกขั้นตอนอย่างเคร่งครัดและเชื่อทุกสิ่งที่กล่าวมานี้แปลว่าคุณเป็นคนเชื่อคนง่าย…

จบจ้า

bandwidth bandwidth cars cars electonics laptop credit card electonics debt processing